เสื้อเชิ้ต / ช็อป / กางเกง

แบบเสื้อเชิ้ต / ช็อป / กางเกง

แบบเสื้อเชิ้ต / ช็อป สั่งตัด

แบบเสื้อเชิ้ต / ช็อป ในสต็อค

วิธีการสั่งซื้อเสื้อเชิ้ต / ช็อป / กางเกง

1. เลือกแบบ และส่วนประกอบ

2. เลือกผ้าและสี

3. เลือกทรง และขนาดเสื้อ

1. เลือกแบบ และส่วนประกอบ สำหรับงานเสื้อเชิ๊ต / ช็อป


1. เลือกแบบ และส่วนประกอบ สำหรับงานเสื้อเชิ๊ต / ช็อป

แบบเสื้อถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความโดดเด่น ความเป็นเอกลักษณ์  ให้เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้สวมใส่  ที่ KLIPPLE เรามีแบบเสื้อมากมายให้ลูกค้าเลือกสรร ทั้งแบบธรรมดา แบบตัดต่อ  ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เรายินดีให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ

2. เลือกผ้า และสีผ้า สำหรับงานเสื้อเชิ๊ต / ช็อป


2. เลือกผ้า และสีผ้า สำหรับงานเสื้อเชิ๊ต / ช็อป

คลิ๊กที่นี่เพื่อดูสีผ้า

ผ้าที่ใช้ทำเสื้อเชิ๊ต มีหลายชนิด มีทั้งผ้าหนาและบาง ถูกเรียกชื่อต่างกันตามลักษณะของเนื้อผ้า ทั้งนี้ โดยทั่วไปผ้าที่ใช้ทำเสื้อเชิ๊ต สามารถจำแนกพอสังเขป ได้ดังนี้

รายละเอียดสินค้า :

 1ผ้าตระกูลโทเร เป็นผ้าที่มีส่วนผสมของ Polyester 65% และ Cotton 35% ตัวเนื้อผ้าเป็นผ้าที่มีลักษณะบาง และนิยมนำมาผลิตเสื้อเชิ๊ต เสื้อนักเรียน ผ้ากันเปื้อน หมวก หรือเครื่องแบบ Uniform ต่างๆ จึงอาจกล่าวได้ว่าเหมาะกับการนำมาผลิตเพื่อใช้ในไลน์ผลิตให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่มีสภาพแวดร้อนที่ร้อนและอบอ้าว เนื่องจากเป็นผ้าที่ใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี ซึ่งผ้าตระกูลโทรเรนี้สามารถจำแนกประเภทได้ ดังนี้ 
     
     1.1 ผ้าโทเร 190เส้น และ ผ้าโทเร 210เส้น มีชื่อเรียกต่างเพราะจำนวนเส้นด้ายที่ใช้ในการทอ กล่าวคือ ผ้าโทเร 190 เส้น จะทอด้วยจำนวนเส้นที่น้อยกว่า ซึ่งจำนวนเส้นด้ายที่ใช้ในการทอจะมีผลโดยตรงกับความหนาบางของผ้า ดังนั้น ผ้าโทเร 190เส้น จึงมีความบางกว่าผ้าโทเร 210เส้น ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง จึงส่งผลเสียสำหรับผู้ใช้งานบางท่าน ที่เมื่อสวมใส่แล้ว อาจต้องมีการสวมเสื้อข้างในอีกตัว เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในกรณีอยู่ในที่โปร่งแสง อีกทั้งการที่ผ้าบาง อาจทำให้ขาดง่ายกว่า จึงต้องระมัดระวังเวลาซัก แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกชนิดผ้าจึงขึ้นอยู่กับความจำเป็นและเหมาะสม สำหรับการใช้งานแตกต่างกันออกไป
     1.2 ผ้าโทเรบิสคอบ เป็นผ้าตระกูลโทเรอีกชนิดหนึ่ง ที่มีเนื้อหนาขึ้นมาหน่อย หรืออาจกล่าวได้ว่าโทเรบิสคอบมีความหนาปานกลาง สวมใส่ไม่ร้อน และมีน้ำหนักเบา ดูแลง่าย รีดง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องใช้ระมัดระวังในการซักรีดพอสมควร เพราะถึงแม้จะมีสีให้เลือกมากมาย แต่ถ้าผ่านการซักหลายๆครั้ง สีก็จะซีดค่อนข้างเร็ว
     1.3 ผ้าโทเรป๊อปปลิ้น เป็นผ้าตระกูลโทเร ที่มีเนื้อหนากว่าผ้าโทเรบิสคอบ เพราะมีการทอที่หนากว่า มีความทนทานค่อนข้างมาก ความระมัดระวังในการซักจึงน้อยกว่าผ้าโทเรบิสคอบ อีกทั้งถ้าเป็นผ้าสี ก็จะซีดช้ากว่าในกรณีที่ทำการซักหลายครั้งเมื่อเทียบกับผ้าโทเรบิสคอบ ข้อดีอีกอย่างที่เห็นได้ชัด คือ รีดขึ้นรูป และอยู่ทรงง่าย เนื่องจากการทอผ้าที่หนากว่า จึงทำให้ผ้ามีลักษณะแข็งกว่า
     1.4 ผ้าคอมทวิว ก็ถือเป็นตระกูลผ้าโทเรเช่นกัน แต่จะมีลายทอที่สวยงามกว่าผ้าโทเรที่กล่าวมาข้างต้น กล่าวคือ จะมีลายทอเป็นเส้นทะแยง ลายจะออกแนวเฉียงๆ เนื้อผ้าหนาปานกลาง จึงอยู่ทรงง่าย แต่ผ้าจะมีน้ำหนักมาก จึงทำให้อาจเกิดความไม่คล่องตัวในการสวมใส่ได้

2. ผ้าลีวาย เป็นที่ทราบกันดีว่าผ้าส่วนใหญ่ เกิดจากการผสมผสานระหว่างเส้นใยธรรมชาติและเส้นใยสังเคราะห์ ผ้าลีวายเป็นผ้าอีกชนิดหนึ่งที่มีส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์มากกกว่าเส้นใยธรรมชาติ ดังนั้นผ้าจึงมีความหนาปานกลาง อยู่ทรงง่าย ยับยาก อีกทั้งยังเป็นผ้าที่ไม่ติดฝุ่น จึงทำให้การดูแลรักษาค่อนข้างง่าย แต่ด้วยความที่มีเส้นใยสังเคราะห์มาก จึงส่งผลเสียให้ผ้าลีวายระบายความร้อนได้ไม่ค่อยดีนักและไม่ค่อยซับเหงื่อ และมีข้อควรระวังในการรีดคือ ไม่ควรใช้ความร้อนมากนัก เพราะจำทำให้ผ้าขึ้นเงา ทางแก้คือหากจำเป็นต้องใช้ความร้อนมาก ก็ควรหาผ้าอื่นมาทับก่อนรีด

3. ผ้าเวสปร้อย มีลักษณะเด่นคือเป็นผ้าที่มีเนื้อหนา โดยผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ Cotton100% จึงเป็นผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี แต่ยับง่าย รีดแล้วจับจีบไม่ค่อยอยู่ เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ทำงานเกี่ยวกับความร้อนและไฟ เพราะมีลักษณะหนา

4. ผ้าโอร่อน(ริ้วอนามัย) จากชื่อก็ชัดเจนได้ว่า เป็นผ้าที่มีลักษณะเป็นริ้ว โดยริ้วดังกล่าวเป็นริ้วขาวแทรกตามสีพื้น จึงถือเป็นผ้าที่ลายสวยงาม เหมาะกับการทำเป็นเสื้อเชิ๊ต ประกอบกับคุณสมบัติผ้าก็มีลักษณะใกล้เคียงกับผ้าโทเรเนื้อบาง จึงทำให้สวมใส่สบาย

5. ผ้าอ๊อกซ์ฟอร์ด  ถือเป็นผ้าเพลนวีฟ ซึ่งเป็นผ้าที่เกิดจากการทอขัดกันแบบปกติ โดยจะทอด้วยด้าย 2 สี เช่น สีแดง น้ำเงิน ดำ ฟ้า ตัดกับสีขาว เหมาะสำหรับนำมาตัดเป็นเสื้อเชิ๊ตสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้ดูดีเรียบหรูไปอีกแบบ เพราะมีลวดลาย เพิ่มความโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร อีกทั้ง ลักษณะของเนื้อผ้าไม่หนาและบางจนเกินไป สวมใส่สบาย

3. เลือกทรง และขนาดเสื้อเชิ๊ต / ช็อป


3. เลือกทรง และขนาดเสื้อเชิ๊ต / ช็อป