ลักษณะและคุณสมบัติของเนื้อผ้า

ก่อนที่เราจะแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับ ลักษณะและคุณสมบัติของเนื้อผ้า เราขออธิบายถึงวิธีการได้มาของผ้า กันก่อนว่ามีขบวนการอย่างไร และต้องใ้ช้วัตถุดิบใดบ้าง เพื่อนำมาใช้ในการผลิตผ้า ดังนี้

จากรูปจะเห็นได้ว่า ผ้า ผลิตมาจากเส้นด้าย เส้นด้ายผลิตมาจากเส้นใย ดังนั้นลักษณะและคุณสมบัติของเนื้อผ้า จะขึ้นอยู่กับลักษณะและคุณสมบัติ ของเส้นใย และเส้นด้าย

โดยทั่วไป เส้นใย ที่นิยมนำมาผลิตเส้นด้าย คือฝ้าย และเส้นใยสังเคราะห์ โดยจะมีทั้งฝ้าย 100% เส้นใยสังเคราะห์ 100% หรือนำฝ้ายและเส้นใยสังเคราะห์มาผสมกันในอัตราส่วนต่างๆ กัน ซึ่งจะทำให้ลักษณะและคุณสมบัติของเส้นด้ายแตกต่างกันไป ซึ่งจะส่งผลต่อลักษณะและคุณสมบัติของผ้าด้วย

การแบ่งประเภทของผ้าตามส่วนผสมของเส้นด้าย ที่นิยมใช้งานโดยทั่วไปจะแบ่งได้ดังนี้

ชื่อเรียก ส่วนผสมของเส้นด้าย ลักษณะและคุณสมบัติ ลักษณะการใช้งาน
ความยืดหยุ่น การระบายอากาศ ลักษณะทางกายภาพ
Cotton ฝ้าย 100%
(Cotton 100%)
สูงมาก สูงมาก เนื้อผ้านุ่ม เห็นเส้นใยฝ้ายฟูบาง ใส่สบาย ดูดซับเหงื่อ แต่มีปัญหาเรื่องผ้าหดตัว ยืด ย้วย
CVC เส้นด้ายผสม
(Cotton80%+Poly20%)
สูงมาก สูงมาก เนื้อผ้าแน่น เนื้อผ้านุ่ม เนื้อผ้า แน่น นุ่ม ใส่สบาย ดูดซับเหงื่อ ไม่มีปัญหาเรื่องผ้าหดตัว
TC เส้นด้ายผสม
(Cotton65%+Poly35%)
ปานกลาง ปานกลาง เห็นใยฝ้ายฟูบาง เนื้อผ้าค่อนข้างนุ่ม ใส่สบาย น้อยกว่า CVC ไม่มีปัญหาเืรื่องผ้าหดตัว
TK เส้นใยสังเคราะห์
(Polyester 100%)
น้อย น้อย เป็นมันเงา ไ่ม่ค่อย ซับเหงื่อ รีดง่าย ยับยาก ไม่หด ไม่ยืด

ลักษณะและคุณสมบัติของผ้าดังกล่าวเป็นเพียง ลักษณะโดยทั่วไปเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว คุณสมบัติของเส้นใยที่นำมาผลิตด้าย และผ้านั้นยังมีรายละเอียดอีกมากมาย เช่น ด้ายที่ผลิตจากเส้นใยสั้น ด้ายที่ผลิตจากเส้นใยยาว หรือถ้าวิเคราะห์ตามคุณสมบัติของเส้นใยที่มีผลต่อคุณสมบัติของผ้า เราอาจจะต้องพิจารณา สมบัติความเป็นมัมวาว การทิ้งตัวของผ้า เนื้อผ้า คุณสมบัติต่อผิวสัมผัส การทนต่แรงเสียดสี ความทนต่อแรงดึง การดูดซับน้ำ เป็นต้น

จากปัจจัยที่หลากหลายดังกล่าว ส่งผลต่อต้นทุนในส่วนของราคาผ้าที่จะนำมาใช้ผลิตเสื้อ ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกซื้อเสื้อจากผู้ผลิตรายหนึ่งรายใด เราควรที่จะพิจารณาคุณสมบัติเหล่านี้ เปรียบเทียบกับราคาของเสื้อ รวมถึงบริการที่จะได้รับจากผู้ผลิตเสื้อก่อนเพื่อให้ได้สินค้าที่ดีที่สุดในงบประมาณอันจำกัดของเรา

นอกจากการแ่บ่งประเภทของผ้าตามส่วนผสมของเส้นด้ายแ้ล้ว เรายังสามารถแบ่งตามลายทอผ้า ได้ดังนี้

1. แบบเนื้อเรียบ ลักษณะการทอ จะละเีอียดแน่น นิยมทำเป็นเสื้อคอกลม เช่น Jersey

2. แบบเนื้อลาครอส(Lacoste) หรือจูติ(Juti)

    - ลาครอส (Lacoste) ลักษณะการทอเป็นรู รูปข้าวหลามตัดเล็กๆ

    - จูติ (Juti) ลักษณะการทอเป็น รูปรังผึ้ง

3. แบบทอสองชั้น ลักษณะทางกายภาพ ด้านนอกจะทอแบบ Jersey ด้านในทอแบบลาครอส หรือจูติ ทำให้มีคุณสมบัติในการระบายอากาได้ดี เช่น Dri tech


 

ใส่ สบาย ดูดซับเหงื่อ แต่มีปัญหาเรื่องผ้าหดตัว ยืด ย้วย

ผ้าลายจูติ

ผ้าลายจูติ (Pique) หรือลาครอส

เป็นชื่อเรียกชนิดของลายทอผ้า ซึ่งคุณสมบัติของผ้าชนิดนี้ จะขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบที่นำมาทักทอขึ้นเป็นตัวผ้า โดยทั่วไปแล้วผ้าลายจูติ จะประกอบไปด้วย เส้นใยฝ้าย (Cotton) ผสมกับเส้นใยสังเคราะห์ (Polyester) ซึีงอัตราส่วนการผสมกันนี้จะทำให้ได้คุณสมบัติของผ้าที่แตกต่างออกไป

สำหรับเนื้อผ้าจูติที่ www.smilepolodesign.com นำเสนอให้แก่ลูกค้าเลือกใช้งานนั้น จะเป็นเนื้อผ้าที่มีส่วนผสมของ เส้นใยฝ้าย (Cotton) และเส้นใยสังเคราะห์ (Polyester) ดังนี้

ชื่อเรียก ส่วนผสม คุณลักษณะทางกายภาพของเนื้อผ้า คุณลักษณะการใช้งาน ลักษณะการขึ้นขน
Cotton Cotton 100% เนื้อผ้านุ่ม เห็นเส้นใยฝ้ายฟูบาง ใส่สบาย ดูดซับเหงื่อ แต่มีปัญหาเรื่องผ้าหดตัว ยืด ย้วย ไม่ขึ้นขนเป็นเม็ดก้อน แต่จะฟูด้วยลักษณะของเส้นด้าย (เป็นธรรมชาติของฝ้าย)
CVC Cotton 80% + Polyester 20% เนื้อผ้าแน่น เนื้อผ้านุ่ม เนื้อผ้าแน่น นุ่ม ใส่สบาย ดูดซับเหงื่อ ไม่มีปัญหาเรื่องผ้าหดตัว ไม่ขึ้นขนเป็นเม็ดก้อน แต่จะฟูด้วยลักษณะของเส้นด้าย
TC Cotton 65% + Polyester 35% เห็นใยฝ้ายฟูบาง เนื้อผ้าค่อนข้างนุ่ม ใส่สบายน้อยกว่า CVC ไม่มีปัญหาเืรื่องผ้าหดตัว การขึ้นขนเกิดจากการใช้งานเป็นระยะเวลานาน
TK Polyester 100% เป็นมันเงา ไ่ม่ค่อยซับเหงื่อ รีดง่าย ยับยาก ไม่หด ไม่ยืด ใช้งานไประยะหนึ่งจะเกิดการขึ้นขนเป็นเม็ดก้อน

 

แค็ตตาล็อคผ้า